Posted on

ปั้มสำหรับชาร์จยานพาหนะรถไฟฟ้า

ปั้มสำหรับชาร์จยานพาหนะรถไฟฟ้า

ปัญหาหนักอกของคนมีรถคงหนีไม่พ้นราคาน้ำมันที่แพงสูงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ และไหนจะปัญหามลภาวะที่เป็นพิษทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่ทุกวัน ทำให้หลายประเทศพยายามหาทางออกโดยการคิดค้นรถยนต์ที่ใช้พลังงานระบบไฟฟ้าที่ทั้งประหยัด และสะอาด ปราศจากมลพิษด้วย ซึ่งจากแนวคิดนี้หลายประเทศทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชียต่างพร้อมใจกันสร้าง “ปั้มไฟฟ้า” เพื่อรองรับกับปริมาณกาชาร์จไฟให้กับยานพาหนะรุ่นใหม่ในโลกอนาคต ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปรู้จัก “ปั้มไฟฟ้า”ของทั่วทุกมุมโลกกันคะ

ประเทศในโซนยุโรปขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องของการคิดค้นนวัตกรรมที่มาจากพลังงานความสะอาด โดยเฉพาะประเทศนอร์เวย์ที่มีการวางแผนให้ติดตั้งปั้มชาร์จรถไฟฟ้าให้ได้อีก 100 สถานีภายในปลายปีหน้า แถมมีโครงการกระตุ้นให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้าด้วยการบริการชาร์จไฟฟรี รวมทั้งจอดรถฟรี

Electric Pumps

มาทางโซนเอเชียกันบ้าง ประเทศญี่ปุ่นเพิ่งจะเปิดบริการ “ ปั้มชาร์จไฟฟ้า” ที่ลานจอดรถ 9 แห่งในใจกลางเมืองโตเกียวเพื่อเตรียมรองรับจำนวนยานพาหนะไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ส่วนประเทศจีนก็ไม่น้อยหน้าเตรียมสร้างสถานีบริการชาร์จไฟฟ้าในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้, ปักกิ่ง, เทียนจิน และหัวเมืองใหญ่ๆอีกมาก แต่อันที่จริงแล้วจีนมีการเปิดตัวให้บริการ “ปั้มไฟฟ้า” ไปแล้วเมื่อช่วงโอลิมปิกที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าอีกภายใน 2 ปีจีนจะมีรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 10,000 คันวิ่งให้เห็นตามท้องถนนใน 10 เมืองใหญ่

Pumps electric car

มาที่ประเทศไทยกันบ้างปัจจุบันทางปตท.มีปั้มชาร์จไฟฟ้าอยู่ 4 แห่ง และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มขึ้นอีก 6 แห่งภายในปี 2559 และจะเพิ่มอีก 14 แห่งเป็น 20 แห่งภายในปี 2560 ซึ่งรูปแบบของปั้มไฟฟ้าที่สร้างเสร็จไปแล้ว 4 แห่งจะเป็นแบบมี 2 หัวจ่าย คือ สถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบรวดเร็ว (Quick Charge) สามารถใช้เวลาชาร์จราว 30 – 40 นาที ชาร์จได้ประมาณ 80% ของความจุ และการอัดประจุไฟฟ้าแบบธรรมดา (Normal Charge) จะใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง ก็จะสามารถชาร์จเต็ม 100% ของความจุ โดยปั้มไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นอีก 2 แห่งก็จะเป็นรูปแบบเดียวกัน ส่วนอีก 14 แห่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2560 ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นรูปแบบใดขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดเป็นหลัก และทางปตท.มีแผนที่จะพัฒนาเครื่องชาร์จเองในอนาคตด้วย

Pump electric-cars

นับว่าเป็นข่าวดีที่ในโลกอนาคตเราจะมีรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าโดยที่ไม่ต้องไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่การสร้างปั้มไฟฟ้าก็จะต้องมีเพียงพอกับปริมาณรถด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้นแล้วมีรถไฟฟ้าไปแต่ไม่มีที่ชาร์จไฟก็เท่ากับว่าไม่มีประโยชน์คะ