รถยนต์ไฟฟ้าในไทยทำไมไม่มีการพัฒนาขึ้นในปัจจุบัน

รถยนต์ไฟฟ้าในไทยทำไมไม่มีการพัฒนาขึ้นในปัจจุบัน

วันนี้มีคำถามน่าสนใจมาก เค้าถามว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า แม้ว่ากำลังเติบโตและได้รับความนิยมจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ยุโรป หรือ ประเทศชั้นนำในเอเชียด้วยกัน แต่ทำไมประเทศไทยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรานั้นมันถึงยังไม่ไปถึงไหนสักที เพื่อเป็นการไขข้อข้องใจ เรามาวิเคราะห์ กันทีละประเด็นเลยก็แล้วกัน

แหล่งชาร์ตไฟยังไม่ดีพอ

ประเด็นแรกและสำคัญมากเลยสำหรับการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้านั่นคือ การชาร์ตพลังงาน ต้องยอมรับว่าการชาร์ตไฟนับเป็นโจทย์ใหญ่ของรถไฟฟ้าเลย การชาร์ตแต่ละครั้งยังใช้เวลานานมากอยู่ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการใช้งานในช่วงเร่งรีบ สองสถานีชาร์ตไฟฟ้ายังมีอยู่น้อยมากในเมืองใหญ่ ยังไม่ต้องถามต่างจังหวัดนะ เอาแค่ปั๊มแก๊สหากเป็นนอกแนวท่อก็ยังหายากเลยดังนั้นปั๊มไฟฟ้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง

องค์ความรู้ด้านรถยนต์ไฟฟ้า

รถยนต์ไฟฟ้านับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะมาตอบโจทย์คนในอนาคตอีก 15-20 ปีข้างหน้า แต่ถามว่าตอนนี้องค์ความรู้ด้านนี้เรามีมากพอหรือยัง ตอบเลยว่ายังน้อยมาก เอาแค่ช่างประจำศูนย์บริการก็ยังมีน้อยเลย แล้วนึกภาพตามดูว่าเกิดรถเสียขึ้นมากลางทางจะแก้ไขอย่างไร ก็ต้องยกอย่างเดียวแถมไม่มีอู่ซ่อมรถด้วย ต้องส่งศูนย์ใหญ่อย่างเดียว เจออย่างนี้เข้าไปทั้งคนใช้รถ ทั้งประกัน ก็แย่ไปเหมือนกัน

แบตเตอรี่ มีราคาแพงมาก

แม้ว่าการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะไม่ต้องเติมน้ำมัน และประหยัดค่าอะไหล่ไปได้อีกหลายอย่าง แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่แพงมากสุดในตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคืออะไร คำตอบ คือ แบตเตอรี่ มันมีราคาแพงมาก เอาง่ายๆว่ารถราคา 1 ล้านบาทเป็นค่าแบตเตอรี่ไปแล้วครึ่งหนึ่ง ทีนี้หากต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ 1 ครั้งต้องเสียเงินถึงครึ่งแสนเลย มันก็เป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควรเลยทีเดียว ใครจะใช้ต้องชั่งใจตรงนี้ให้ดี

ค่ายรถใหญ่ ไม่อยากเปลี่ยนเกม

ด้านบรรดาค่ายรถยนต์ขาใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ตาม ถามว่าพวกเค้ามีงานวิจัย มีโปรเจคด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไหมตอบได้เลยมีแน่นอน แต่ว่าพวกเค้าเองก็ไม่อยากสูญเสียช่วงเวลาสุดท้ายการขายรถยนต์ด้วยพลังงานเชื้อเพลิงไป แน่นอนว่าพวกเค้าเตรียมการเปลี่ยนแปลงไว้แล้ว แต่ตอนนี้ขอทำยอดขายกับรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงให้มากสุดก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนก็ยังไม่สาย (เคลียร์รถในสต็อคได้อีกหลายรุ่น หลายคัน)

อีกหนึ่งปัจจัยทำให้รถยนต์ไฟฟ้าไม่เปรี้ยงก็คงต้องพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลเป็นหลักแม้จะเคยประกาศว่า ไทยจะเป็นศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าของอาเซียนแต่เอาเข้าจริง ก็ยังไม่มีนโยบายกระตุ้นให้คนอยากใช้สักเท่าไร ยิ่งผู้ใช้รถมองว่านวัตกรรมตัวนี้ยังไม่พร้อมอีกด้วย ก็เลยขอใช้รถยนต์แบบเดิมไปก่อนดีกว่าสบายใจกว่าเยอะ